ประวัติศาสตร์โลก
ประวัติศาสตร์โลก หรือ ประวัติศาสตร์มนุษย์ (History of the world หรือ Human history) เป็นประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน ในทุกที่บนโลก เริ่มตั้งแต่ยุคหินเก่า ประวัติศาสตร์โลกไม่รวมประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ไม่ใช่มนุษย์และประวัติศาสตร์ธรณีวิทยา ยกเว้นตราบเท่าที่โลกธรรมชาตินั้นกระทบต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก ประวัติศาสตร์โลกครอบคลุมการศึกษาบันทึกลายลักษณ์อักษร นับแต่ยุคโบราณเป็นต้นมา เสริมกับความรู้เพิ่มเติมที่ได้จากแหล่งข้อมูลอื่น เช่น โบราณคดี ประวัติศาสตร์โบราณที่มีการบันทึกเริ่มต้นด้วยการประดิษฐ์การเขียน โดยอิสระที่แหล่งต่างๆ บนโลก ซึ่งสร้างระบบพื้นฐานสำหรับการส่งผ่านความทรงจำที่คงทนและแม่นยำ และดังนั้น เพื่อการแพร่กระจายและการเติบโตของความรู้ อย่างไรก็ดี รากเหง้าของอารยธรรมย้อนกลับไปยังยุคก่อนการเขียน คือ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ของมนุษย์เริ่มต้นในยุคหินเก่า ภายหลัง ระหว่างยุคหินใหม่ การปฏิวัติเกษตรกรรม (ระหว่าง 8000 และ 5000 ปีก่อน ค.ศ.) ในดินแดนวงพระจันทร์เสี้ยวไพบูลย์ ที่ซึ่งมนุษย์เริ่มการกสิกรพืชและสัตว์อย่างเป็นระบบครั้งแรก เกษตรกรรมได้แพร่ไปยังภูมิภาคใกล้เคียงและพัฒนาอย่างเป็นอิสระที่อื่น กระทั่งมนุษย์ส่วนมากอยู่อาศัยเป็นชาวนาในถิ่นฐานถาวร ความมั่นคงสัมพันธ์และผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นจากกสิกรรมทำให้ชุมชนแผ่ขยาย ชุมชนต่างๆ เติบโตขึ้นเป็นหน่วยที่ใหญ่กว่าเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับวิวัฒนาการของวิธีการขนส่งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เคย
อาหารส่วนเกินเปิดทางให้เกิดการแบ่งงาน การเพิ่มขึ้นของชนชั้นสูงที่อยู่สุขสบาย และพัฒนาการของนครและอารยธรรมไปด้วยกัน ความซับซ้อนเพิ่มขึ้นของสังคมมนุษย์ทำให้ระบบการบัญชีจำเป็น ซึ่งนำไปสู่การเขียน
อารยธรรมต่างๆ พัฒนาบนฝั่งแหล่งน้ำจืดที่ค้ำจุนชีวิต (ทะเลสาบและแม่น้ำ) เมื่อถึง 3000 ปีก่อน ค.ศ. อารยธรรมก็ได้เกิดขึ้นในเมโสโปเตเมีย ("ดินแดนระหว่างแม่น้ำ" ยูเฟรตีสและไทกรีส) ของตะวันออกกลาง ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ของอียิปต์ และในหุบแม่น้ำสินธุ อารยธรรมที่คล้ายกันอาจพัฒนาขึ้นตามแม่น้ำสำคัญในจีน แต่หลักฐานทางโบราณคดีแก่การก่อสร้างเมืองอย่างกว้างขวางมีความชัดเจนน้อยกว่า
ประวัติศาสตร์ของโลกเก่า (โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรป แต่ยังรวมถึงตะวันออกใกล้และแอฟริกาเหนือ) โดยทั่วไปแบ่งเป็นยุคโบราณ ถึง ค.ศ. 476, ยุคกลาง ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 15 รวมทั้งยุคทองของอิสลาม (ประมาณ ค.ศ. 750-1258) และยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของยุโรปตอนต้น, ยุคใหม่ตอนต้น ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 รวมทั้งยุคภูมิธรรม และยุคใหม่ตอนปลาย นับแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมถึงปัจจุบัน รวมทั้งประวัติศาสตร์ร่วมสมัย
ในยุโรป (และในประวัติศาสตร์ตะวันตก) การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก (ค.ศ. 476) ถือกันโดยทั่วไปว่าเป็นสัญญาณการสิ้นสุดของยุคเก่าและการเริ่มต้นของยุคกลาง ซึ่งระหว่างนั้น (ราว ค.ศ. 1300) ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาของยุโรปได้เกิดขึ้น ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 การประดิษฐ์การพิมพ์สมัยใหม่ของโยฮันน์ กูเทนแบร์ก ซึ่งใช้การสื่อสารแบบเคลื่อนที่ได้และเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง เป็นจุดสิ้นสุดของยุคกลางและนำไปสู่ยุคใหม่และการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 การสะสมความรู้และเทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุโรป ได้ถึงจำนวนวิกฤต (critical mass) กระทั่งนำมาซึ่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม
ในส่วนอื่นของโลก เช่น ตะวันออกใกล้โบราณ จีนโบราณ และอินเดียโบราณ เส้นเวลาทางประวัติศาสตร์ได้คลี่ออกต่างกัน อย่างไรก็ดี จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 เนื่องจากการค้าโลกที่ขยายตัวและการล่าอาณานิคม ทำให้ประวัติศาสตร์ของอารยธรรมโลกส่วนมากสานเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา ในช่วงสองร้อยกว่าปีล่าสุด การเติบโตของความรู้ เทคโนโลยี การพาณิชย์ และศักยภาพการทำลายล้างของสงครามได้เร่งให้เกิดขึ้น ก่อให้เกิดโอกาสและอันตรายซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญชุมชนมนุษย์ที่อยู่อาศัยบนดาวเคราะห์ดวงนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น